#3
Post
by DhitiBank » Sun Oct 25, 2015 8:37 pm
หากใช้สูตรคงต้องใช้คอลัมน์และแถวมาช่วยเยอะหน่อย ลองแบบนี้ครับ
1. A3 คีย์ =SUM(B3:J3)
2. B3 คีย์ =COUNTIF(B4:B700,"*?")
enter -> คัดลอกไปถึง J3 (เวลาใช้จริง ข้อมูลใน Data มีกี่คอลัมน์ก็คัดลอกไปจนสุดคอลัมน์ที่มีข้อมูล)
3. B2 คีย์ =SUM($B3:B3)-B3+1
enter -> คัดลอกไปถึง J2 (เวลาใช้จริง ข้อมูลใน Data มีกี่คอลัมน์ก็คัดลอกไปจนสุดคอลัมน์ที่มีข้อมูล)
4. สร้างคอลัมน์ช่วยเพื่อเรียงรายการใน Data ใหม่ให้เหลือเพียงคอลัมน์เดียว
4.1 L4 คีย์
=IF(ROWS(L$4:L4)>$A$3,"",LOOKUP(ROWS(L$4:L4),B$2:J$2 ))
(เวลาใช้จริง ปรับช่วงสีชมพู ให้ครอบคลุมสูตรในข้อ 3)
4.2 M4 คีย์
=IF(L4="","",INDEX($B$4:$J$6 ,COUNTIF(L$4:L4,L4),MATCH(L4,B$2:J$2 ,0)))
(เวลาใช้จริง ปรับช่วงสีน้ำเงิน ให้ครอบคลุมข้อมูลใน Data และปรับช่วงสีชมพู ให้ครอบคลุมสูตรในข้อ 3)
4.3 N4 คีย์
=IF(M4=M3,N3,N3+1)
เสร็จแล้วคัดลอกสูตร 4.1 - 4.3 ลงด้านล่างจนกว่าจะเห็นว่าสูตรในคอลัมน์ L แสดงค่าว่าง
5. P4 คีย์
=IFERROR(INDEX($M$4:$M$26 ,SMALL(IF($N$4:$N$26 =COLUMNS($P4:P4),ROW($N$4:$N$26 )-ROW($N$4 )+1),ROWS(P$4:P4))),"")
กด Ctrl+Shift ค้างเอาไว้ แล้วตามด้วย Enter
(หากกดถูกจะเห็นเครื่องหมายปีกกา { } ขึ้นมาคร่อมสูตรโดยอัตโนมัติ)
จากนั้นคัดลอกสูตรไปทางขวาและลงล่างจนกว่าจะเห็นว่าสูตรทางขวาสุดแสดงค่าว่างครับ
(เวลาใช้จริงก็ปรับช่วงสีแดง ในสูตร 5 ให้สอดคล้องกับจำนวนข้อมูลของคอลัมน์ช่วยในข้อ 4 ครับ)
You do not have the required permissions to view the files attached to this post.