
การแปลสูตรต้องอาศัยความเข้าใจไวยากรณ์ของแต่ละฟังก์ชั่นครับ
จากตัวอย่างที่ยกมาสามารถแปลเพื่อความเข้าใจได้ตามด้านล่าง
=SMALL((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),INDEX(FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0),1)+1)
Small เป็นการหาค่าที่น้อยที่สุดในลำดับที่กำหนดเช่น เช่น Small(A2:A20,4) แปลว่าจากช่วงข้อมูล A2:A20 หาค่าที่น้อยที่สุดในลำดับที่ 4 มาแสดง
หากเทียบคำอธิบายตามต้วอย่างที่ยกมาแปลว่า
ให้หาค่าที่น้อยที่สุดในชุด (Z3,AK3,AV3,BG3,BR3) ในลำดับที่เป็นผลลัพธ์ของ INDEX(FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0),1)+1 มาแสดง
ถ้าหาก INDEX(FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0),1)+1 ให้ผลลัพธ์เป็น 2 ก็จะแปลว่า
ให้นำค่าที่น้อยที่สุดในชุด (Z3,AK3,AV3,BG3,BR3) ในลำดับที่ 2 มาแสดง
Index เป็นการนำข้อมูลในตำแหน่งใด ๆ มาแสดง เช่น Index(A2:A10,2) แปลว่าจากช่วง A2:A10 ให้นำข้อมูลในลำดับที่ 2 มาแสดง
จากสุตร
INDEX(FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0),1)+1 แปลว่าจากช่วง FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0) ให้นำค่าในลำดับที่ 1 มาบวกด้วย 1 มาแสดง
FREQUENCY เป็นการหาความถี่ของข้อมูล
จากสูตร FREQUENCY((Z3,AK3,AV3,BG3,BR3),0) แปลว่า
จากช่วง (Z3,AK3,AV3,BG3,BR3) มีค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 กี่จำนวน และมีค่าที่มากกว่า 0 กี่จำนวน ผลลัพธ์จะแสดงออกมาเป็นค่าคงที่ Array เช่น {1;3} เป็นต้น
Iferror เป็นสูตรที่ใช้ตรวจสอบผลลัพธ์ หากเป็นค่าผิดพลาดสามารถเลือกกำหนดได้ว่าให้แสดงเป็นค่าใด เช่น Iferror(A2+A3,"Error") แปลว่าหาก A2+A3 แล้วได้ค่าผิดพลาดให้แสดงคำว่า Error
จากสูตร =IFERROR(($CC3=$Z3,T3,$CC3=$AK3,AE3,$CC3=$AV3,AP3,$CC3=$BG3,BA3,$CC3=$BR3,BL3),NA()) แปลว่า
หาก ($CC3=$Z3,T3,$CC3=$AK3,AE3,$CC3=$AV3,AP3,$CC3=$BG3,BA3,$CC3=$BR3,BL3) เป็นค่า Error ให้แสดง #N/A
การแปลสูตรด้านบน เป็นการแปลเพื่อความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงว่าสูตรที่เขียนมานั้นถูกต้องหรือไม่ ประการใด หากคำตอบไม่ถูกต้อง ให้แจ้งปัญหาที่เป็นและตัวอย่างคำตอบที่ต้องการ เมื่อได้คำตอบที่ถูกต้องแล้วจึงค่อยมาทำความเข้าใจสูตรด้วยการถามถึงคำแปลสูตรครับ