
การแกะสูตรเบื้องต้นให้คลิกที่สูตรนั้นแล้วเข้าเมนู Formulas > Evaluate > คลิกซ้ำ ๆ เพื่อดูผลลัพธ์ไปทีละลำดับ อีกวิธีคือคลุมส่วนประกอบสูตรที่ต้องการทราบผลลัพธ์แล้วกดแป้น F9 และกดแป้น ESC เพื่อยกเลิกครับ
วิธีการอ่านสูตรให้อ่านจากด้านนอกเข้าด้านใน ยกตัวอย่างการอ่านสูตรเพื่อเป็นแนวทางเช่น
จากสูตร
=IF(MOD(ROWS(B$5:B5),2),"วันที่ "&(ROWS(B$5:B5)+1)/2&MID($A$3,FIND(" ",$A$3),20),IFERROR(LOOKUP("ๆ",INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2),หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20),""))
แปลว่า ถ้า MOD(ROWS(B$5:B5),2) เป็นจริง ให้แสดงผลลัพธ์ของ "วันที่ "&(ROWS(B$5:B5)+1)/2&MID($A$3,FIND(" ",$A$3),20) ถ้าไม่เป็นจริงให้แสดงผลลัพธ์ของ IFERROR(LOOKUP("ๆ",INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2),หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20),"")
จากสูตร MOD(ROWS(B$5:B5),2) หมายถึง ให้หาเศษจากการหาร ROWS(B$5:B5) ด้วย 2 ซึ่ง ROWS(B$5:B5) คือจำนวนบรรทัดในช่วง B$5:B5 และจะเพิ่มขึ้นหากมีการคัดลอกลงไป
ถ้าจำนวนบรรทัดเป็นเลขคู่เศษจากการหารจะเป็น 0 ถ้าเป็นเลขคี่เศษจากการหารจะเป็น 1 ผลลัพธ์ดังกล่าวนี้จะกลายเป็นส่วนประกอบแรกของ IF ที่ครอบอยู่อีกที เลข 0 คือ False ส่วนตัวที่ไม่ใช่ 0 ไม่ว่าจะเป็นเลขใดคือ True
จากสูตร MID($A$3,FIND(" ",$A$3),20) หมายถึงให้ตัดอักขระของ A3 มา 20 อักขระ โดยเริ่มตัดตำแหน่งที่พบวรรค
จากสูตร IFERROR(LOOKUP("ๆ",INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2),หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20),"") แปลงว่า ถ้าผลลัพธ์ของ LOOKUP("ๆ",INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2),หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20) เป็นค่าผิดพลาด ให้แสดงค่าว่าง ถ้าไม่เป็นผิดพลาดให้แสดงค่านผลลัพธ์นั้น
จากสูตร LOOKUP("ๆ",INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2),หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20) แปลว่าให้ค่าอักขระสุดท้ายที่พบในช่วง INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2) โดยนำตำแหน่งเดียวกันในช่วง หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$B$7:$B$20) มาแสดง
จากสูตร INDEX(หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20,,(ROWS(B$5:B5)+1)/2) หมายถึงจากช่วง หลักฐานการเบิกจ่ายค่าตอบแทน!$D$7:$AH$20 ให้นำคอลัมน์ที่เป็นผลลัพธ์ของ (ROWS(B$5:B5)+1)/2 มาแสดง ถ้าหากผลลัพธ์เป็น 10 แสดงว่าให้นำคอลัมน์ที่ 10 มาแสดง เช่นนี้เป็นต้น ค่อย ๆ ศึกษาไปครับ