#4
Post
by norkaz » Mon Aug 13, 2012 10:02 pm
เรียนคุณ คนควน ที่นับถือ
ผมไม่แน่ใจผมเข้าผิดไปหรือเปล่านะครับ
โจทย์กรณีนี้ถ้าเลือกใช้ Array แบบปกติน่าจะแก้โจทย์ได้
แบบที่คุณ คนควนเสนอมาน่าจะเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ซับซ้อนและพิสดารมาก ผมไม่ค่อยเข้าใจครับ
ลองหมุนอยู่หลายรอบ ...ความรู้น้อยมึนไปหลายยกครับ เลยลองแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยด้วยครับ
B14 คีย์
=IFERROR(INDEX(B$4:B$9 ,SMALL(IF(C$4:C$9=0,"",ROW(C$4:C$9)-ROW(C$4)+1),ROW(C1))),"")
กด Ctrl + Shift ค้างไว้ จากนั้นกด Enter
เข้ากล Array
C14 คีย์
=IFERROR(INDEX(C$4:C$9 ,SMALL(IF(C$4:C$9=0,"",ROW(C$4:C$9)-ROW(C$4)+1),ROW(C1))),"")
กด Ctrl + Shift ค้างไว้ จากนั้นกด Enter
เข้ากล Array
Copy B14:C14 ลงล่าง ( Copy B14:C14 ->วางที่ B15:C19 -> Enter)
จบชุดแรก
ชุดต่อไป Copy B14:C19 ไปวางที่ E14:F19 -> Enter
ชุดต่อไป Copy B14:C19 ไปวางที่ H14:I19 -> Enter
ชุดต่อไป Copy B14:C19 ไปวางที่ K14:L19 -> Enter
ชุดต่อไป Copy B14:C19 ไปวางที่ N14:O19 -> Enter
อธิบายยาวไปหน่อยเพื่อให้มันสอดคล้องกับโจทย์ ส่วนวิธีการเอาไปใช้จริงก็คงต้องปรับเอาตามชอบ-ตามช่วงจริง
ถ้าใช้ Excel 2003 ให้ตัดสูตร IFERROR ออกไป ก็ได้ ถ้าไม่ตัดออกจะใช้ IF(ISERROR( )ครอบลงไปก็ได้แต่มันยาวเป็นรถไฟ ไม่งั้นก็ ใช้ COUNTIF มานับแบบที่คุณคนควนใช้บ่อยๆ แล้วใช้ สูตรจำพวกตระกลู ROWS( ) ไปช่วยบังคับจำนวนแถวที่มากกว่าที่ COUNTIF พบให้เป็นค่าว่าง
ไม่ก็ใช้ LOOKUP แบบซ้อน Array เข้าไป แบบที่คุณ คนควนนิยมใช้ ไปบังคับค่า ERROR ให้เป็นค่าว่างไป
หรืออื่นๆ
ขออภัยด้วยครับวิธีที่ว่ามาไม่ได้แสดงให้ดู พอดีลูกร้องกินนม ต้องไปแล้วครับ ถ้าที่ว่ามานั้นถูกตามที่ผมเข้าใจ แต่ถ้ามันไม่ถูกตั้งแต่แรก ก็จบข่าวครับ...
นับถือ
Norkaz