dragonna wrote:ขอบคุณครับอาจารย์ ผมเข้าใจที่อาจารย์สอนนะครับ แต่ผมได้ข้อมูลมาจากแผนกอื่นครับ พยายามไปปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้เค้าแล้ว ทำไฟล์ให้เค้าแล้ว เค้าก็ไม่เข้าใจ ก็ยังคงทำแบบเดิมอยู่ครับ
ผมแค่ลองคิดเผื่อดูครับ เผื่อว่าทำได้ ในหน้า sum จะได้ไม่ต้องมาคีย์เพิ่มครับ แต่ผมเช็คโดยใช้ countif อยู่แล้วครับผม
ผมเองก็คิดไปเรื่อยครับ ตอนนี้มาทำต้นทุนซึ่งเยอะมาก(ความต้องการ) แต่ก็สนุกดี พอเข้าใจเรื่องสูตรเอ็กเซล ก็เลยว่าอยากจะเรียนเพิ่ม เป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย เผื่อจะอัพรายได้เพิ่มขึ้นครับ
ขอบคุณอาจารย์ีที่ช่วยแนะนำนะครับ

ลองพยายามดูครับ การทำงานให้เป็นมาตรฐานเดียว จะช่วยให้งานเร็วและไม่ผิดพลาดครับ ผมสนับสนุนความคิดของอาจารย์คนควนครับ เพราะง่ายต่อการจัดการ
ส่วนอันนี้ ผมตอบให้ดูก่อนครับ แสดงให้เห็นถึงว่ายุงยากในการใช้สูตร
อ้างอิงลิงค์นี้
http://snasui.blogspot.com/2009/12/sheet-sheet.html โดยอาจารย์สันติพงศ์ ลองไปศึกษาดูครับ
ที่ F2:F3 คีย์ชื่อชีทไว้ 1 ถึง 3
ที่ G2 คีย์ =COUNTA(INDIRECT("'"&F2&"'!"&"B2:B65536")) คัดลอกลงมาถึง G4
ที่ G5 คีย์ =SUM(G2:G4)
ที่ H2 คีย์ =SUM($G$2:G2)-G2+1 คัดลอกลงมา ถึง H4
จากนั้นทำการ list ชื่อชีทออกมา
ที่ A2 คีย์ =IF(ROWS($A$2:A2)>$G$5,"",LOOKUP(ROWS($A$2:A2),$H$2:$H$4,$F$2:$F$4)) คัดลอกลงมา
จากนั้นทำการ list ค่าที่อ้างอิงจากชื่อชีทในคอลัมน์ A ออกมา
ที่ B2 คีย์ =IF($A2<>"",INDIRECT("'"&$A2&"'!"&SUBSTITUTE(ADDRESS(1,COLUMN()),1,"")&COUNTIF($A$2:$A2,$A2)+1),"") คัดลอกลงมา
ที่ C2 คีย์ =IF($A2<>"",INDIRECT("'"&$A2&"'!"&SUBSTITUTE(ADDRESS(2,COLUMN()),2,"")&COUNTIF($A$2:$A2,$A2)+1),"") คัดลอกลงมา
จะได้ค่าในชีทต่างๆนำมาเรียงต่อกัน
หาค่ารวมยอด
ที่ D2 คีย์ =IF(COUNTIF($B$2:B2,$B2)=1,SUMIF($B$2:$B$31,B2,$C$2:$C$31),"") คดลอกลงมา
You do not have the required permissions to view the files attached to this post.