Re: ต้องทำอย่างไรครับ หากสร้างสูตรใน CELL ที่เราสร้างยาวเกิ
Posted: Fri Jun 29, 2012 11:08 am
ต้องขออภัยด้วยครับ ที่เรียบเรียงและนำเสนอข้อเสนอข้อมูล เพื่อสอบถามอาจารย์ผิดพลาด และไม่ชัดเจน
เป็นผลกระทบมาจากบอลยูโรครับ กระผมจึงขออนุญาตอาจารย์ ขออธิบายให้อาจารย์พิจารณาอีกครั้งครับ
การคำนวณดังกล่าว เป็นการคำนวณการบันทึกรับชำระเงินกู้ ลักษณะหนึ่ง ที่ต้องการศึกษา โดยมีลักษณะเงื่อนไข ดังนี้ครับ
1 . นับจากวันที่เริ่มกู้ ถึงสิ้นเดือนทุกๆเดือนจะมีการสร้างบิลค้างชำระ (บิลเงินต้นและบิลดอกเบี้ย) รอพักไว้
จากจำนวนเงินงวดและอัตราดอกเบี้ย ณ เวลานั้น หากระหว่างเดือนไม่มีการรับชำระก็จะสร้างบิลสิ้นเดือนค้างชำระรอเอาไว้ครับ
หากมีรายการรับชำระเข้ามาก็ต้องสร้างวันที่รับเงินก่อนครับ
ตัวอย่างจากไฟล์ครับ
- ระบบสร้าง : วันที่สิ้นเดือน 31 พ.ค.53 สร้างบิลดอกเบี้ยค้าง ณ.(วันที่ 30 เม.ย.53-31 พ.ค.53 )
พักรอไว้ เช่น I = 456
- ดึงข้อมูลจาก sheet2 : วันที่มาชำระ 1 มิ.ย.53 (จากข้อมูล sheet2) @6000 บาท ระบบจึงรับเป็น
ดอกเบี้ย 456 ที่เหลือเป็นเงินต้น 5544
- ระบบสร้าง : วันที่สิ้นเดือน 30 มิ.ย..53 สร้างบิลดอกเบี้ยค้าง ณ.(วันที่ 31 พ.ค.53- 30 มิ.ย.53 )
พักรอไว้อีก เช่น I = 678
จากตัวอย่าง การกำหนดวันที่โดยเรียงลำดับวันที่ ดังนี้ครับ
วันที่สิ้นเดือน (เพราะต้องสร้างบิลเรียกเก็บ)
วันที่รับชำระ หรือ วันที่เปลี่ยนดอกเบี้ย (วันใดถึงก่อน ก็ให้สร้างก่อนครับ)
วันที่สิ้นเดือนของเดือนถัดไป (สร้างทุกๆเดือน)
2. ในวันที่มีรายการรับชำระเข้ามา (เป็นข้อมูลรายงานexcel จากอีกไฟล์ครับ) ซึ่งวันที่ดังกล่าวเป็นวันที่ไม่แน่นอน จำนวนเงินไม่คงที่ และอาจไม่เรียงลำดับครับ
3.ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่ต้องการนำมาเกี่ยวข้อง ก็เปลี่ยนแปลงตามประกาศของ ธปท.
ส่งผลต่อการคิดดอกเบี้ยครับ โดยแยกตามประเภทของเงินกู้
ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นมากๆ ครับอาจารย์ ที่ต้องใช้สูตร excelมาคำนวณ เพื่อตรวจสอบและคำนวณแก้ไขปรับปรุงรายการ โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นมีประเด็นปัญหาและข้อจำกัดมากมาย หากเรามีความเข้าใจในวิธีการคำนวณจาก excel กระผมคิดว่าเราต้องขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดีมากๆเลยครับ ซึ่งกระผมก็พยายามศึกษาและทำความเข้าใจกับแนวทางที่อาจารย์แนะนำไปด้วยครับ ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ
เป็นผลกระทบมาจากบอลยูโรครับ กระผมจึงขออนุญาตอาจารย์ ขออธิบายให้อาจารย์พิจารณาอีกครั้งครับ
การคำนวณดังกล่าว เป็นการคำนวณการบันทึกรับชำระเงินกู้ ลักษณะหนึ่ง ที่ต้องการศึกษา โดยมีลักษณะเงื่อนไข ดังนี้ครับ
1 . นับจากวันที่เริ่มกู้ ถึงสิ้นเดือนทุกๆเดือนจะมีการสร้างบิลค้างชำระ (บิลเงินต้นและบิลดอกเบี้ย) รอพักไว้
จากจำนวนเงินงวดและอัตราดอกเบี้ย ณ เวลานั้น หากระหว่างเดือนไม่มีการรับชำระก็จะสร้างบิลสิ้นเดือนค้างชำระรอเอาไว้ครับ
หากมีรายการรับชำระเข้ามาก็ต้องสร้างวันที่รับเงินก่อนครับ
ตัวอย่างจากไฟล์ครับ
- ระบบสร้าง : วันที่สิ้นเดือน 31 พ.ค.53 สร้างบิลดอกเบี้ยค้าง ณ.(วันที่ 30 เม.ย.53-31 พ.ค.53 )
พักรอไว้ เช่น I = 456
- ดึงข้อมูลจาก sheet2 : วันที่มาชำระ 1 มิ.ย.53 (จากข้อมูล sheet2) @6000 บาท ระบบจึงรับเป็น
ดอกเบี้ย 456 ที่เหลือเป็นเงินต้น 5544
- ระบบสร้าง : วันที่สิ้นเดือน 30 มิ.ย..53 สร้างบิลดอกเบี้ยค้าง ณ.(วันที่ 31 พ.ค.53- 30 มิ.ย.53 )
พักรอไว้อีก เช่น I = 678
จากตัวอย่าง การกำหนดวันที่โดยเรียงลำดับวันที่ ดังนี้ครับ
วันที่สิ้นเดือน (เพราะต้องสร้างบิลเรียกเก็บ)
วันที่รับชำระ หรือ วันที่เปลี่ยนดอกเบี้ย (วันใดถึงก่อน ก็ให้สร้างก่อนครับ)
วันที่สิ้นเดือนของเดือนถัดไป (สร้างทุกๆเดือน)
2. ในวันที่มีรายการรับชำระเข้ามา (เป็นข้อมูลรายงานexcel จากอีกไฟล์ครับ) ซึ่งวันที่ดังกล่าวเป็นวันที่ไม่แน่นอน จำนวนเงินไม่คงที่ และอาจไม่เรียงลำดับครับ
3.ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยที่ต้องการนำมาเกี่ยวข้อง ก็เปลี่ยนแปลงตามประกาศของ ธปท.
ส่งผลต่อการคิดดอกเบี้ยครับ โดยแยกตามประเภทของเงินกู้
ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นมากๆ ครับอาจารย์ ที่ต้องใช้สูตร excelมาคำนวณ เพื่อตรวจสอบและคำนวณแก้ไขปรับปรุงรายการ โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นมีประเด็นปัญหาและข้อจำกัดมากมาย หากเรามีความเข้าใจในวิธีการคำนวณจาก excel กระผมคิดว่าเราต้องขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดีมากๆเลยครับ ซึ่งกระผมก็พยายามศึกษาและทำความเข้าใจกับแนวทางที่อาจารย์แนะนำไปด้วยครับ ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ