Page 1 of 1

คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 9:36 am
by kit_nad
ถ้าหากว่าเราจะใช้คำสั่งที่หาตัวแปรโดย
กำหนดให้หาค่าที่สูงสุดของข้อมูลต้องใช้คำสั่ง Max หรือไม่ก็ LARGE ใช่ไหมครับ
แล้วเมื่อหาค่าได้แล้วก็นำค่าเฉพาะ 4 ตัวแรกทางขวา ก็ต้องใช้คำสั่ง RIGHT ใช่ไหมครับ
แล้วเราจะเรียบเรียงคำสั่งอย่างไรครับ
=RIGHT(PurceshOrder!A2,4)*LARGE(PurceshOrder!$A:$A,1)

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 9:46 am
by ChoBkuN
=right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 9:46 am
by bank9597
:D แนบไฟล์พร้อมอธิบายมาให้ดูอีกครั้งได้ไหมครับ

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 10:40 am
by kit_nad
ได้แล้วครับ สุดยอดเลยครับคุณChoBkuN

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 10:45 am
by bank9597
:D เพิ่มเติมอีกนนิดครับ

จากสูตร =right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0 ให้เพิ่ม +0 เข้าไปอีกครับ เป็น :ard:

=right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 10:52 am
by kit_nad
bank9597 wrote::D เพิ่มเติมอีกนนิดครับ

จากสูตร =right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0 ให้เพิ่ม +0 เข้าไปอีกครับ เป็น :ard:

=right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0
+ 0 เพิ่มทำไมครับ หรือว่าต้องการให้อ้างอิงจากตำแหน่งที่ 0 ครับ

Re: คำสั่งซ้อนคำสั่ง

Posted: Tue Jul 24, 2012 11:34 am
by bank9597
kit_nad wrote:
bank9597 wrote::D เพิ่มเติมอีกนนิดครับ

จากสูตร =right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0 ให้เพิ่ม +0 เข้าไปอีกครับ เป็น :ard:

=right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0
+ 0 เพิ่มทำไมครับ หรือว่าต้องการให้อ้างอิงจากตำแหน่งที่ 0 ครับ
:lol: บวก 0 เข้าไปก็เพื่อให้ได้ตัวเลขที่อยู่ในฟอร์แมต Number ครับ

ยกตัวอย่าง คุณต้องการดึง ตัวเลข 3 ตัว จาก 1234 โดยเริ่มนับจากทางขวามือ ซึ่งคำตอบที่ได้คือ 234 แต่อยู่ในฟอร์แมตของ General ไม่สามารถนำมาเทียบค่ากับตัวเลขได้

เช่นเมื่อคุณต้องการนำค่า 234 ที่ดึงมานั้น มาเทียบกับเลข 234 ที่อยู่ในฟอร์แมต Number ค่าที่ได้จะไม่เท่ากัน หากจะให้สองค่านี้เท่ากันคุณจำเป็นต้องเอา 234 ที่ดึงมานั้น มา +0 เข้า เพื่อแปลงข้อมูลเป็น Number ครับ

สรุปง่ายๆคือ การ บวก 0 เข้าไป ก็เพื่อแปลงตัวเลขที่อยู่ในฟอร์แมตอื่นๆให้เป็น Number นั่นเองครับ

อนึ่งสูตร =right(max(PurchaseOrder!$A:$A),4)+0 สามารถใช้ได้กับข้อมูลที่เป็นตัวเลขเท่านั้น เช่น 123456

แต่ในกรณีที่ข้อมูลเป็น T123456 คุณจะใช้สูตรนี้หาค่า Max จากเลข 3 หลักสุดท้ายไม่ได้ครับ