
สูตรพวกนี้เป็นสูตร Array ทำความเข้าใจได้ยากกว่าสูตรปกติครับ
เรื่องบวก 1 สามารถอ่านได้จากความเห็นนี้ ซึ่งเป็นการใช้ลักษณะเดียวกันครับ
viewtopic.php?p=17983#p17983
สำหรับฟังก์ชั่นทั้งหลายสามารถศึกษาได้จาก Link นี้ครับ
http://office.microsoft.com/th-th/excel ... aspx?CTT=1
และสูตรที่ถามมาคือ
=MATCH(H17,LARGE(IF(FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1),$H$17:$H$25),ROW(INDIRECT("1:"&COUNT($H$17:$H$25)))),0)
มีความหมายว่า ให้หาว่า H17 อยู่ในลำดับเท่าใดของช่วงข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์ของ
LARGE(IF(FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1),$H$17:$H$25),ROW(INDIRECT("1:"&COUNT($H$17:$H$25))))
ซึ่งมีความหมายว่า ให้แสดงค่าที่ใหญ่ที่สุดตามค่าที่เป็นผลลัพธ์ของ ROW(INDIRECT("1:"&COUNT($H$17:$H$25))) จากช่วงข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์ของ IF(FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1),$H$17:$H$25)
จากสูตร IF(FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1),$H$17:$H$25) หมายความว่า หาก FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1) ไม่ใช่ 0 ใหแสดงคำตอบเป็นค่าในช่วง $H$17:$H$25 ถ้าเป็น 0 ให้แสดงค่า False
จาก FREQUENCY(MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0),ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1) หมายถึงเป็นการหาค่าที่เกิดขึ้นใน MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0) เมื่อเทียบกับค่าใน ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1 ว่ามีจำนวนกี่ครั้ง
จากสูตร MATCH($H$17:$H$25,$H$17:$H$25,0) เป็นการหาลำดับที่พบ $H$17:$H$25 ในช่วงของตัวเองคือ $H$17:$H$25 ว่าอยู่ลำดับที่เท่าใดบ้าง
จากสูตร ROW($H$17:$H$25)-ROW($H$17)+1 เป็นการให้ค่าลำดับจาก 1-9 โดยดูคำอธิบายจาก Link ที่ให้ไปด้านบนครับ
สุดท้าย ปัจจุบันผมไม่รับสอนครับ
